| ยินดีต้อนรับเข้าสู่การเรียนภาษาไทย |
|
|
|
อ้างอิง
อ่าน 435 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง
|
|
|
[ • ยินดีต้อนรับเข้าสู่ การเรียนภาษาไทย • ]
•€ เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ €•
บทนำ
ไตรภูมิพระร่วง เดิมเรียกว่า เตภูมิกถา หรือ ไตรภูมิกถา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเปลี่ยนชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น ไตรภูมิพระร่วง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระร่วงจ้าแห่งกรุงสุโขทัยให้คู่กับหนังสือสุภาษิตพระร่วง
หอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับไตรภูมิพระร่วงมาจากจังหวัดเพชรบุรี เป็นใบลาน ๑๐ ผูก จารด้วยอักษรขอมในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระมหาช่วย วัดปากน้ำ (วัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ ในปัจจุบัน) เป็นผู้จาร หอพระสมุดวชิรญาณ ได้ถอดความออกเป็นอักษรไทย โดยมิได้แก้ไขถ้อยคำไปจากต้นฉบับเดิม
ประวัติ
ไตรภูมิพระร่วง เป็นพระราชนิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาลิไทซึ่งแต่งขึ้นเมื่อ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1864 (ปีเก่า) จ.ศ.683 ม.ศ.1243 เป็นปีครองราชย์ที่ 6
โดยมีพระประสงค์ที่จะเทศนาโปรดพระมารดา และเพื่อจำเริญพระอภิธรรม ไตรภูมิพระร่วงเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถอย่างลึกซึ้ง ในด้านพุทธศาสนาของพระมหาธรรมราชาลิไท
ที่ทรงรวบรวมข้อความต่างๆ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา นับแต่พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์พิเศษต่างๆ มาเรียบเรียงขึ้นเป็นวรรณคดีโลกศาสตร์เล่มแรกที่แต่งเป็นภาษาไทยเท่าทีมีหลักฐานอยู่ในปัจจุบันนี้
ทั้งนี้ อ.สินชัย กระบวนแสง ได้วิเคราะห์เหตุผลการแต่งไตรภูมิพระร่วงของพระมหาธรรมราชาลิไท ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองด้วย เนื่องจากไตรภูมิเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนรก-สวรรค์
สอนให้คนรู้จักการทำความดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ หากแต่ใครทำชั่วประพฤติตนผิดศีลก็จะต้องตกนรก กล่าวคือ ประชากรในสมัยที่พระมหาธรรมราชาลิไทปกครองนั้นเริ่มมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ทำให้การปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขปราศจากโจรผู้ร้ายเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น การดูแลของรัฐก็ไม่อาจดูแลได้ทั่วถึง พระมหาธรรมราชาลิไทจึงได้คิดนิพนธ์วรรณกรรมทางศาสนาเรื่องไตรภูมิพระร่วงขึ้นมาเพื่อที่ต้องการสอนให้ประชาชนของพระองค์ทำความดี
เพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์มีชีวิตที่สุขสบาย และหากทำความชั่วก็จะต้องตกนรก ด้วยเหตุนี้วรรณกรรมเรื่องไตรภูมิจึงเป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมทางสังคมได้เป็นอย่างดียิ่ง เพราะสามารถเข้าถึงจิตใจทุกคนได้โดยมิต้องมีออกกฎบังคับกันแต่อย่างไร
ผู้แต่ง
หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่สำคัญเล่มหนึ่ง ในสมัยสุโขทัย ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนไทยมาก พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) ได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นหลังจากที่ทรงผนวชแล้ว และขึ้นครองราชย์ได้ ๖ ปี ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖
พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งกรุงสุโขทัย ขึ้นครองราชย์ต่อจากพญางัวนำถม จากหลักฐานในศิลาจารึกวัดมหาธาตุ พ.ศ. ๑๙๓๕ หลักที่ ๘ ข. ค้นพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ เมื่อพญาเลอไทสวรรคต ใน พ.ศ. ๑๘๘๔ พญางัวนำถมได้ขึ้นครองราชย์ ต่อมาพญาลิไทยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติ และขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ ทรงพระนามว่า พระเจ้าศรีสุริยพงสรามมหาธรรมราชาธิราช ในศิลาจารึกมักเรียกพระนามเดิมว่า พญาลิไท หรือเรียกย่อว่า พระมหาธรรมราชาที่ ๑ เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๑๙๑๑
พญาลิไท ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทรงอาราธนาพระเถระชาวลังกาเข้ามาเป็นสังฆราชในกรุงสุโขทัย ได้สละราชสมบัติออกทรงผนวชที่วัดป่ามะม่วง นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก พญาลิไททรงมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก ทรงสนพระทัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก และทรงพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ เช่น สร้างถนนพระร่วง ตั้งแต่เมืองศรีสัชนาลัยผ่านกรุงสุโขทัยไปถึงเมืองนครชุม (กำแพงเพชร) บูรณะเมืองนครชุม สร้างเมืองสองแคว (พิษณุโลก) เป็นเมืองลูกหลวง และสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ ที่ฝีมือการช่างงดงามเป็นเยี่ยม
งานพระราชนิพนธ์ของพญาลิไท ได้แก่ ไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถาศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงและศิลาจากรึกวัดศรีชุม เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆการสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ การผนวชที่วัดป่ามะม่วง เป็นต้น
จุดมุ่งหมายในการแต่ง
มี ๒ ประการ เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรมกตัญญูประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจพุทธศาสนา และช่วยกันดำรง
พุทธศานาไว้ให้มั่นคง
ลักษณะคำประพันธ์
ร้อยแก้ว ประเภทความเรียงสำนวนพรรณนา
เนื้อหา
หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีพุทธศาสนา ที่พญาลิไททรงรวบรวมเนื้อหาสาระจากคัมภีร็ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์ จึงจัดได้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์ประเภทค้นคว้ารวบรวมที่ดีเล่มหนึ่ง เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี มีบานแพนกบอกชื่อผู้แต่ง วันเดือนปีที่แต่ง ชื่อคัมภีร์ต่าง ๆ บอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง แล้วจึงกล่าวถึงภูมิทั้ง ๓ คำว่า เตภูมิ หรือ ไตรภูมิ แปลว่า สามแดน คือ กามภูมิ รูปภูมิอรูปภูมิ ทั้ง ๓ ภูมิ แบ่งออกเป็น ๘ กัณฑ์ (กัณฑ์ = เรื่อง,หมวด,ตอน)
๑. กามภูมิ
เป็นที่กำเนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังลุ่มหลงอยู่ในกามเป็นแดนสุขสบายและแดนที่เป็นทุกข์ปะปนกัน ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ผู้ที่เกิดในภูมิต่าง ๆ ในกามภูมิ เพราะผลกรรมของตนเป็นใหญ่กามภูมิแบ่งออกเป็น ๑๑ ภูมิ ได้แก่ อบายภูมิ ๔ ภูมิ มนุษย์ ๑ ภูมิ และสวรรค์ ๖ ภูมิ การพรรณนากามภูมิแบ่งออกเป็น ๖ กัณฑ์
๑.๑ นรกภูมิ เป็นแดนของสัตว์นรก
๑.๒ ดิรัจแนภูมิ เป็นแดนของสัตว์ที่เจริญตามขวาง
๑.๓ เปตภูมิ เป็นแดนของเปรตที่เคยเป็นมนุษย์และทำความชั่ว เกิดเป็นเปรต
๑.๔ อสุรกายภูมิ เป็นแดนของยักษ์มารหรือผีที่หลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว
๑.๕ มนุสสภูมิ เป็นแดนของมนุษย์
๑.๖ ฉกามาพจร เป็นแดนของเทวดาที่ยังเกี่ยวข้องในกาม มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามะ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวดี
๒. รูปภูมิ
หรือรูปาวจรภูมิ เป็นที่อยู่ของพรหมมีรูป เรียกว่า รูปพรหม ไม่มีเพศ มีรูปงามบริสุทธิ์ มีแสง สว่างรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง มีเสียงไพเราะ และมีอายุยืนหลายพันปีทิพย์ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น (โสฬสพรหม) จำแนกออกตามชั้นของฌานที่บุคคลได้บรรลุ เรียงลำดับ ดังนี้ ปริสัชชา ปโรหิตตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมานาภาอาภัสสรา ปริตตาสุภา อัปปมาณาสุภา สุภกิณาหา เวหัปผลา อสัญญิสัตตาอเวหา ตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐา รูปภูมิที่เรียกว่า มหาสุทธาวาส คือรูปภูมิ ๕ ชั้นสุดท้าย (ชั้นที่ ๑๑-๑๖) เป็นภูมิที่ไม่ถูกทำลายด้วยไฟบรรลัยกัลป์
๓. อรูปภูมิ
หรืออรูปาวจรภูมิ เป็นแดนของพรหมไม่มีรูป มีแต่จิตเท่านั้น แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น ได้แก่ อากาสานัญจายตนภูมิวิญญาณัญจายตนภูมิ อากิญจัญญายตนภูมิ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ
หนังสือเล่มนี้กล่าวเริ่มต้นตั้งแต่การกำเนิของชีวิตต่าง ๆ ว่ามีที่เกิดอย่างไร แล้วพรรณนาถิ่นที่เกิด คือ ภูมิต่าง ๆ ทั้ง ๓๑ ภูมิ อย่างละเอียดตอนที่ว่าด้วยมนุสสภูมิและโลกสัณฐาน คือภูมิศาสตร์ของโลก ได้เล่าอย่างละเอียดว่า ลักษณะของโลกเป็นอย่างไร ทวีปต่าง ๆ ภูเขา แม่น้ำคน และสัตว์เป็นอย่างไร หนังสือเล่มนี้จบลงด้วยการเน้นทางไปถึงการดับทุกข์ คือ พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของชีวิต
|
| |
adminwanna
zonelove_cn1993@hotmail.com [125.26.81.xxx] เมื่อ 7/01/2012 13:25
|